Birth of Modernism: เหตุการณ์นี้ถูกยกย่องว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ศิลปะหลุดพ้นจากยุค Romantic เข้าสู่ยุค Modernism อย่างเต็มตัว
ปี 1913 ปารีส — โรงละคร Théâtre des Champs-Élysées เต็มไปด้วยสังคมชั้นสูง หมวกทรงสูง ชุดราตรีระยิบ พวกเขาคาดหวังบัลเลต์สวยงาม อ่อนช้อย...
แต่สิ่งที่ได้รับคือความป่าเถื่อน: เบส Bassoon แหลมคม จังหวะกระทืบพื้นดั่งแผ่นดินไหว นักเต้นบิดเบี้ยว เท้าบิดเข้า เข่างอ ตัวงอ — primitive energy ดิบเถื่อนสุดขีด
เสียงหัวเราะเยาะดังก่อน โห่ตามมา เถียงตะโกนข้ามกันลั่น จน Nijinsky กระโดดขึ้นเก้าอี้ ตะโกน “หนึ่ง-สอง-สาม!” เป็นภาษารัสเซีย เพราะเสียงกลบดนตรีหมด
อย่างที่ Stravinsky เล่า: “The demonstrations grew into a terrific uproar... Nijinsky was shouting the step numbers to the dancers.”
ไม่ใช่ riot แบบตำนานเก้าอี้ล้มคนตาย (นักประวัติศาสตร์บอก exaggerated — ไม่มีเลือด ไม่มีตำรวจบุก) แต่เป็น chaos จริง: การปะทะระหว่าง ‘เก่า’ กับ ‘ใหม่’ modernism ฉีกกฎทุกอย่าง
และจากความวุ่นวายนั้น — dance ไม่ใช่แค่ ‘สวย’ อีกต่อไป มันกลายเป็นอาวุธ ปฏิวัติ ร่างกายสะท้อนความดิบ ความตาย ความเกิดใหม่
นี่คือจุดเริ่มต้น modern dance ที่แท้จริง — จากโกลาหลในโรงละคร สู่การเต้น grounded ดุร้าย ท้าทายโลก การท่าท้ายจารีตประะเพณี และมรดก
Choreography ที่เป็นตำนาน ท่าเต้นของ Vaslav Nijinsky คือการ "กบฏ" ต่อบัลเลต์ดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง แทนที่จะยืนเขย่งปลายเท้า (en pointe) เขาสั่งให้นักเต้นหันปลายเท้าเข้าหากัน (pigeon-toed) ซึ่งขัดกับความเชื่อเรื่อง "ความเบาหวิว" ของบัลเลต์ในยุคนั้น Stravinsky และ Diaghilev (ผู้อำนวยการ Ballets Russes คือ คณะบัลเลต์นี้ก่อตั้งโดย Serge Diaghilev เซิร์จ ดะยาคิเลฟ ผู้อำนวยการสร้างที่ไม่ได้เป็นทั้งนักเต้นหรือนักดนตรี แต่เขาคือ "นักจับคู่เทวดา" (Impresario) เขามีพรสวรรค์ในการดึงเอาศิลปินที่ "บ้า" และ "เก่ง" ที่สุดในยุคนั้นมาเจอกัน) กลับมองเห็นว่ามันคือ "ความสำเร็จ" เพราะพวกเขารู้ว่าศิลปะที่ทรงพลังมักจะสร้างแรงกระเพื่อมที่รุนแรงเสมอ
Diaghilev ไม่ได้กลัวจลาจล แต่เขาอาจจะ 'ชอบ' มันด้วยซ้ำ มีบันทึกว่าหลังจบการแสดงท่ามกลางเสียงโห่และจลาจล เขาพูดออกมาว่า "มันเป็นไปตามที่ผมต้องการทุกประการ" เพราะเขารู้ดีว่า "ความเงียบคือความตายของศิลปะ แต่ความอื้อฉาวคือความเป็นอมตะ"
ดนตรี: Igor Stravinsky (มี อธิพลอย่างสูง Hollywood)
แอบดู จลาจลในโรงละคร จากหนัง Illusions Perdues ผู้เขียนน่าจะเป็นอย่างนั้น
Le Figaro, 31 May 1913 Henri Quittard
"Voici un étrange spectacle, d’une barbarie laborieuse et puérile que le public des Champs-Élysées accueillit sans respect... Et l’on regrette de voir se compromettre dans cette déconcertante aventure un artiste, tel que M. Stravinsky..."
แต่สิ่งที่ได้รับคือความป่าเถื่อน: เบส Bassoon แหลมคม จังหวะกระทืบพื้นดั่งแผ่นดินไหว นักเต้นบิดเบี้ยว เท้าบิดเข้า เข่างอ ตัวงอ — primitive energy ดิบเถื่อนสุดขีด
เสียงหัวเราะเยาะดังก่อน โห่ตามมา เถียงตะโกนข้ามกันลั่น จน Nijinsky กระโดดขึ้นเก้าอี้ ตะโกน “หนึ่ง-สอง-สาม!” เป็นภาษารัสเซีย เพราะเสียงกลบดนตรีหมด
อย่างที่ Stravinsky เล่า: “The demonstrations grew into a terrific uproar... Nijinsky was shouting the step numbers to the dancers.”
ไม่ใช่ riot แบบตำนานเก้าอี้ล้มคนตาย (นักประวัติศาสตร์บอก exaggerated — ไม่มีเลือด ไม่มีตำรวจบุก) แต่เป็น chaos จริง: การปะทะระหว่าง ‘เก่า’ กับ ‘ใหม่’ modernism ฉีกกฎทุกอย่าง
และจากความวุ่นวายนั้น — dance ไม่ใช่แค่ ‘สวย’ อีกต่อไป มันกลายเป็นอาวุธ ปฏิวัติ ร่างกายสะท้อนความดิบ ความตาย ความเกิดใหม่
นี่คือจุดเริ่มต้น modern dance ที่แท้จริง — จากโกลาหลในโรงละคร สู่การเต้น grounded ดุร้าย ท้าทายโลก การท่าท้ายจารีตประะเพณี และมรดก
Choreography ที่เป็นตำนาน ท่าเต้นของ Vaslav Nijinsky คือการ "กบฏ" ต่อบัลเลต์ดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง แทนที่จะยืนเขย่งปลายเท้า (en pointe) เขาสั่งให้นักเต้นหันปลายเท้าเข้าหากัน (pigeon-toed) ซึ่งขัดกับความเชื่อเรื่อง "ความเบาหวิว" ของบัลเลต์ในยุคนั้น Stravinsky และ Diaghilev (ผู้อำนวยการ Ballets Russes คือ คณะบัลเลต์นี้ก่อตั้งโดย Serge Diaghilev เซิร์จ ดะยาคิเลฟ ผู้อำนวยการสร้างที่ไม่ได้เป็นทั้งนักเต้นหรือนักดนตรี แต่เขาคือ "นักจับคู่เทวดา" (Impresario) เขามีพรสวรรค์ในการดึงเอาศิลปินที่ "บ้า" และ "เก่ง" ที่สุดในยุคนั้นมาเจอกัน) กลับมองเห็นว่ามันคือ "ความสำเร็จ" เพราะพวกเขารู้ว่าศิลปะที่ทรงพลังมักจะสร้างแรงกระเพื่อมที่รุนแรงเสมอ
Diaghilev ไม่ได้กลัวจลาจล แต่เขาอาจจะ 'ชอบ' มันด้วยซ้ำ มีบันทึกว่าหลังจบการแสดงท่ามกลางเสียงโห่และจลาจล เขาพูดออกมาว่า "มันเป็นไปตามที่ผมต้องการทุกประการ" เพราะเขารู้ดีว่า "ความเงียบคือความตายของศิลปะ แต่ความอื้อฉาวคือความเป็นอมตะ"
ดนตรี: Igor Stravinsky (มี อธิพลอย่างสูง Hollywood)
ท่าเต้น: Vaslav Nijinsky (ผู้ที่ถูกเรียกว่า "เทพเจ้าแห่งการร่ายรำ")
แอบดู จลาจลในโรงละคร จากหนัง Illusions Perdues ผู้เขียนน่าจะเป็นอย่างนั้น
Le Figaro, 31 May 1913 Henri Quittard
"Voici un étrange spectacle, d’une barbarie laborieuse et puérile que le public des Champs-Élysées accueillit sans respect... Et l’on regrette de voir se compromettre dans cette déconcertante aventure un artiste, tel que M. Stravinsky..."
#TheRiteOfSpring #Stravinsky #BalletsRusses #ArtHistory #Nijinsky #Modernism #ModernDance #ประวัติศาสตร์ #ดนตรีคลาสสิก #Paris1913
Comments
Post a Comment