Encyclopedic novel (นวนิยายสารานุกรม หรือ นวนิยาย)

 


Encyclopedic novel (นวนิยายสารานุกรม หรือ นวนิยาย) คือ ประเภทของนวนิยายที่พยายาม "ครอบคลุมความรู้และความเชื่อทั้งหมด" ของวัฒนธรรมหรือยุคสมัยหนึ่ง ๆ ให้ได้มากที่สุด โดยถักทอข้อมูลจริง ๆ (บางครั้งก็ข้อมูลสมมติ) จากสาขาต่าง ๆ เข้าไปในเนื้อเรื่องอย่างหนาแน่นและซับซ้อนคำนี้ถูกบัญญัติขึ้นโดยนักวิชาการ Edward Mendelson ในปี 1976 โดยเฉพาะจากบทวิจารณ์นิยาย Gravity's Rainbow ของ Thomas Pynchonลักษณะสำคัญของ Encyclopedic novel (ตาม Mendelson และนักวิจารณ์ส่วนใหญ่)ความยาวและความซับซ้อนสูงมาก — มักเป็นเล่มหนา 600–1,200+ หน้า
บรรจุความรู้เฉพาะทางจำนวนมาก — อย่างน้อยหนึ่งสาขาวิชา/เทคโนโลยี/วิทยาศาสตร์ที่อธิบายแบบละเอียด (บางครั้งเหมือนตำราเลย)
รวบรวมสไตล์การเขียนหลากหลาย — ตั้งแต่ภาษาต่ำสุด (คำหยาบ ขำ ๆ) ไปจนถึงสไตล์วิชาการสูงสุด
พยายามสะท้อน "ทั้งหมด" ของวัฒนธรรมชาติ — ทำหน้าที่เหมือน "สารานุกรมแห่งชาติ" ในรูปแบบนิยาย
มักมีตัวละครที่พยายามใช้มุมมองจำกัด ๆ แต่ถูกนิยายกลืนกินด้วยความกว้างใหญ่ของความรู้ทั้งหมด
มักเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญของวัฒนธรรม (มักจะเป็นจุดเปลี่ยนหรือช่วงสูงสุดของชาติ)

ตัวอย่างคลาสสิกที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น Encyclopedic novel มากที่สุดลำดับ
ผลงาน ผู้เขียน วัฒนธรรม/ชาติ ความรู้หลักที่บรรจุ


1 The Divine Comedy
Dante Alighieri

อิตาลี/ยุโรปกลาง เทววิทยา, ปรัชญา, ดาราศาสตร์ยุคกลาง

2. Don Quixote
Miguel de Cervantes
สเปน/ วรรณกรรมอัศวิน, วัฒนธรรมสเปนยุคเรเนซองส์

3. Faust (โดยเฉพาะส่วนที่ 2)
Johann Wolfgang von Goethe
เยอรมนี/ ปรัชญา, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, การเมือง

4.Moby-Dick
Herman Melville
สหรัฐอเมริกา/ ปลาวาฬวิทยา, ศาสนา, ปรัชญา, การเดินเรือ

5.Ulysses
James Joyce
ไอร์แลนด์
ภาษา, สไตล์วรรณกรรมทุกแบบ, วัฒนธรรมดับลิน

6. Gravity's Rainbow
Thomas Pynchon
สหรัฐ (หลังสงครามโลกครั้งที่ 2)
ฟิสิกส์, เคมี, คณิตศาสตร์, ประวัติศาสตร์สงคราม, ทฤษฎีสมคบคิด

7.Infinite Jest
David Foster Wallace
สหรัฐยุคปลายศตวรรษที่ 20
สุขภาพจิต, สื่อ, เทนนิส, ยาเสพติด, ปรัชญา

ตัวอย่างที่คนไทย/คนเอเชียคุ้นเคยบ้าง (แม้ไม่ถึงขั้นเต็มตัว)
War and Peace – Tolstoy (หลายคนถือว่าใกล้เคียง แต่ Mendelson ไม่นับเต็มตัว)
House of Leaves – Mark Z. Danielewski (แนวทดลองมาก)
2666 – Roberto Bolaño (หลายคนนับเป็น encyclopedic แบบลาตินอเมริกา)

สรุปสั้น ๆ:
Encyclopedic novel ไม่ใช่แค่นวนิยายยาว ๆ หรือนวนิยายฉลาด ๆ
แต่เป็น "นิยายที่พยายามเป็นสารานุกรมของทั้งวัฒนธรรม" ในตัวมันเอง
จึงทำให้อ่านยากมาก แต่ก็ทรงพลังและมีอิทธิพลสูงสุดในประวัติศาสตร์วรรณกรรมตะวันตกถ้าอยากลองอ่านแนวนี้จริง ๆ แนะนำเริ่มจาก Moby-Dick หรือ Infinite Jest ก่อนเลยครับ (แต่เตรียมใจไว้เยอะ ๆ 555) 

Encyclopedic novel ส่วนใหญ่จัดเป็นกลุ่มนวนิยายที่ "ยากที่สุดในโลกวรรณกรรม" เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะตัวเต็ม ๆ ที่คนยกให้เป็น canon อย่าง Gravity's Rainbow, Infinite Jest หรือ Ulysses หลายคนถึงกับบอกว่า "มันยากจนรู้สึกเหมือนถูกผู้เขียนเกลียด" หรือ "อ่านแล้วอยากตีหัวตัวเอง"ทำไมถึงยากขนาดนั้น (เปรียบเทียบแบบเข้าใจง่าย)ความยาว + ความหนาแน่น
หนังสือพวกนี้มัก 700–1,200+ หน้า (Infinite Jest ราว 1,000+ หน้า + เชิงอรรถอีกเป็นร้อยหน้า) อ่านจบทีเดียวต้องใช้เวลาเป็นเดือน ๆ บางคนใช้เป็นปี
โครงเรื่องไม่ linear กระโดดเวลา กระโดดตัวละคร (มีเป็นร้อยตัว บางตัวโผล่มาแป๊บเดียวแล้วหาย) ไม่มี plot ชัด ๆ แบบนิยายทั่วไป ต้อง "ประกอบเอง" ว่าเรื่องอะไรกันแน่

ภาษา & คำศัพท์
ใช้ศัพท์เฉพาะทางเพียบ (วิทยาศาสตร์ ปรัชญา ประวัติศาสตร์ เคมี ฟิสิกส์ ฯลฯ) บางประโยคยาวเป็นหน้า + คำศัพท์แปลก ๆ ที่ต้องเปิดพจนานุกรมทุก 2-3 บรรทัด

ส่วน encyclopedic จริง ๆ
มีตอนยาว ๆ ที่เหมือนอ่านสารานุกรมเลย เช่น  Gravity's Rainbow → อธิบายจรวด V-2 แบบละเอียดเหมือนตำรา  

Moby-Dick → บทเรียนเกี่ยวกับวาฬทุกสายพันธุ์ (cetology) ยาวหลายบทติด ๆ  
Infinite Jest → เชิงอรรถยาวเหยียด + รายละเอียดเกี่ยวกับเทนนิส ยาเสพติด สุขภาพจิต

ประสบการณ์จริงจากคนอ่าน (สรุปจากรีวิวทั่วโลก)หนังสือ
ระดับความยาก (1-10)

ความรู้สึกคนอ่านส่วนใหญ่

เวลาอ่านเฉลี่ย (คนอ่านที่จบ)



Moby-Dick คะแนน 7-8
บางบทสนุกมาก บางบทน่าเบื่อสุด ๆ (วาฬวิทยา) อ่าน 2-6 เดือน


Infinite Jest คะแนน 8-9
ยาว + เชิงอรรถเยอะ แต่พอคลิกแล้วติดหนึบมาก อ่าน 3-12 เดือน


Gravity's Rainbow คะแนน 9-10
ยากที่สุดในสามตัวนี้ หลายคนบอก "อ่านไม่รู้เรื่องแต่ก็สนุกแปลก ๆ"
อ่าน 6 เดือน - หลายปี

สรุปสั้น ๆ:  ถ้าคุณชอบนิยายธรรมดา (มี plot ชัด ตัวละครน้อย อ่านเพลิน) → ยากมากจนอาจท้อก่อนจบ  
ถ้าคุณชอบความท้าทาย ชอบอ่านแบบ "ช้า ๆ ค่อย ๆ ซึมซับ" + ยอมเปิด Wikipedia/Google ทุก 5 นาที → ยากแต่คุ้มค่า (หลายคนบอกว่าอ่านจบแล้วเหมือนได้ "level up" ด้านการอ่านและคิด)  
ถ้าอยากลองจริง ๆ แนะนำเริ่มจาก Moby-Dick ก่อน (ยังมี plot ผจญภัยชัดเจนกว่า) หรือ Infinite Jest (สนุกกว่า Gravity's Rainbow เยอะ)


Comments