Sanskrit poetry บทกวีที่ Groslier เขียนหรือดัดแปลงเพื่อเน้นเสน่ห์ของศิลปะเขมรโบราณ
Drawn by flower of its glory to the fruit of the beauty of the mango tree of her body the bee of the eye of men could nevermore tear itself away
ดอกไม้แห่งความรุ่งโรจน์ดึงดูดให้มาสู่ผลแห่งความงามของต้นมะม่วงซึ่งคือร่างกายของนาง
ผึ้งแห่งดวงตาของบุรุษทั้งหลายไม่อาจจะฉีกตัวเองออกไปได้อีกเลย
สำนวนกวีนิพนธ์แบบคลาสสิกอินเดีย (Sanskrit poetry) โดยเฉพาะแนว kāvya หรือกวีที่ใช้เปรียบเปรยทางธรรมชาติอย่างละเอียดอ่อน เพื่อบรรยายความงามของสตรีและการดึงดูดทางกามารมณ์
ต้นมะม่วง (mango tree) = เปรียบร่างกายหญิงงาม
(โดยเฉพาะช่วงอก-เอว-สะโพก ที่อวบอิ่มเหมือนผลมะม่วงสุก)
ดอก = ความงามช่วงแรก (เช่น ใบหน้า ดวงตา รอยยิ้ม) ที่ยังสดใส
ผล = ความงามเต็มที่ ความเย้ายวนทางกาย
ผึ้งแห่งดวงตา (bee of the eye) = สายตาของชายหนุ่มที่ถูกดึงดูด
เหมือนผึ้งหลงดอกไม้และผลไม้หวาน ไม่ยอมจากไป
kāvya (กาวยะ หรือ คาวยะ ในภาษาไทย) คือคำในภาษาสันสกฤตที่หมายถึง รูปแบบวรรณกรรมคลาสสิก หรือ กวีนิพนธ์แบบประณีต ในวรรณคดีสันสกฤต (Sanskrit literature) โดยเฉพาะงานที่ประพันธ์โดยกวีราชสำนัก (court poets) ในช่วงประมาณ 200 ปีก่อนคริสตกาล ถึงราว ค.ศ. 1200
ลักษณะสำคัญของ kāvya
เน้นความงามทางศิลปะและสุนทรียภาพ (aesthetic beauty) มากกว่าการเล่าเรื่องธรรมดา ๆ
ใช้ อุปมา อุปไมย อลังการ (figures of speech) อย่างมากมาย เช่น อุปมา (simile), รูปกะ (metaphor), อนุประส (alliteration), อุตเปรกษา (fancy/imagination)
และอื่น ๆ เพื่อสร้างอารมณ์ให้ลึกซึ้งและไพเราะ
มีการเล่นคำ ใช้สัมผัส เมตร (metre) ที่ซับซ้อน และคำประสม (compound words) ยาว ๆ
เพื่อแสดงความเชี่ยวชาญทางภาษา
มุ่งสร้าง รส (rasa) หรืออารมณ์สุนทรีย์ โดยเฉพาะ ศฤงคารรส
(rasa ของความรัก เย้ายวน โศกเศร้า หรือสุขสมหวัง) ซึ่งเป็นรสหลักในหลายเรื่อง
รวมทั้ง ร้อยกรอง (padya), ร้อยแก้ว (gadya) และแบบผสม (campū)
มหากาวยะ (mahākāvya) → มหากาพย์ขนาดใหญ่ เช่น รฆุวงศ์
หรือ กุมารสมภพ ของกาลิทาส (Kalidasa)
ขัณฑกาวยะ (khaṇḍakāvya) → บทสั้น ๆ เช่น เมฆทูต (Meghadūta) ของกาลิทาส, คีตโควินท (Gītagovinda) ของชัยเทพ (Jayadeva)
บทกวีที่ Groslier เขียนหรือดัดแปลงเพื่อเน้นเสน่ห์ของศิลปะเขมรโบราณ
kāvya ในบริบทเขมร (ตามที่ Groslier ศึกษา)Bernard-Philippe Groslier (นักโบราณคดี EFEO ผู้ขุดค้นและฟื้นฟูอังกอร์มากที่สุดในยุค 1950s–1980s) มักอ้างหรือแปลบทกวีแบบนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่า:
ถ้าจะเขียนใหม่ให้ใกล้เคียง kāvya แบบไทย-เขมรโบราณ (ใช้ภาษากลอนประณีต อลังการ เปรียบเปรยหนัก):
กลอนสุภาพ (8 คำ)
ดอกมะม่วงรุ่งโรจน์ชวนใจ
ผลสุกงามกายนางงอนงาม
ผึ้งตาบุรุษหลงใหลไม่คลาย
ไม่อาจฉีกตัวจากร่างนางไป
หรือแบบขยายเป็นกลอนกาพย์ยานี 11
ถูกดอกไม้แห่งเกียรติยศอันรุ่งโรจน์ดึงดูด
สู่ผลแห่งความงามของต้นมะม่วงซึ่งคือกายนาง
ดั่งผึ้งแห่งดวงตาชายทั้งหลาย
หลงใหลในน้ำหวานเย้ายวนไม่อาจจากไปได้อีกเลย
Nevermore = คำโบราณ/กวีนิพนธ์ หมายถึง "never again" หรือ "ไม่เคยอีกเลย" "ไม่มีวันอีกต่อไป"
(คำนี้ดังมากในบทกวีภาษาอังกฤษ เพราะ Edgar Allan Poe ใช้ซ้ำ ๆ ในบท "The Raven" เพื่อสื่อความสิ้นหวังถาวร เช่น "Nevermore" ที่นกกาเอ่ยซ้ำ ๆ จนคนฟังสิ้นหวัง)
- วัฒนธรรมเขมร (สมัยอังกอร์) นำระบบ kāvya มาปรับใช้ในภาษาเขมรโบราณ (Old Khmer) หรือผสมสันสกฤต
- ใช้เปรียบเปรยธรรมชาติ (โดยเฉพาะมะม่วง = mango) เพื่อบรรยาย ความงามของสตรี (โดยเฉพาะ apsara เทพี หรือราชินี/นางสนม) อย่างเย้ายวน ในแนว śṛṅgāra rasa (รสแห่งความรักกามารมณ์)
- มะม่วงเป็นสัญลักษณ์คลาสสิกมาก: ดอก = ความสดใสเยาว์วัย, ผลสุก = ความอวบอิ่ม เย้ายวนทางกาย, ผึ้ง = สายตาชายที่หลงใหลจนไม่อาจจากไป (เหมือน "bee of the eye" = ดวงตาที่เป็นผึ้ง)
ถ้าจะเขียนใหม่ให้ใกล้เคียง kāvya แบบไทย-เขมรโบราณ (ใช้ภาษากลอนประณีต อลังการ เปรียบเปรยหนัก):
กลอนสุภาพ (8 คำ)
ดอกมะม่วงรุ่งโรจน์ชวนใจ
ผลสุกงามกายนางงอนงาม
ผึ้งตาบุรุษหลงใหลไม่คลาย
ไม่อาจฉีกตัวจากร่างนางไป
หรือแบบขยายเป็นกลอนกาพย์ยานี 11
ถูกดอกไม้แห่งเกียรติยศอันรุ่งโรจน์ดึงดูด
สู่ผลแห่งความงามของต้นมะม่วงซึ่งคือกายนาง
ดั่งผึ้งแห่งดวงตาชายทั้งหลาย
หลงใหลในน้ำหวานเย้ายวนไม่อาจจากไปได้อีกเลย
Nevermore = คำโบราณ/กวีนิพนธ์ หมายถึง "never again" หรือ "ไม่เคยอีกเลย" "ไม่มีวันอีกต่อไป"
(คำนี้ดังมากในบทกวีภาษาอังกฤษ เพราะ Edgar Allan Poe ใช้ซ้ำ ๆ ในบท "The Raven" เพื่อสื่อความสิ้นหวังถาวร เช่น "Nevermore" ที่นกกาเอ่ยซ้ำ ๆ จนคนฟังสิ้นหวัง)
Tear itself away = "ฉีกตัวเองออกไป" หรือ "ดึงตัวเองให้หลุดออก"
เป็น idiom ที่หมายถึงการพยายามแยกตัวจากสิ่งที่ยึดเหนี่ยว (เช่น ความรัก ความหลงใหล) แต่ทำไม่ได้ เพราะติดแน่นเกินไป เหมือน "tear" = ฉีกขาด (เหมือนฉีกกระดาษ) แต่ใช้กับตัวเองในที่นี้เพื่อเน้นความยากลำบาก
เป็น idiom ที่หมายถึงการพยายามแยกตัวจากสิ่งที่ยึดเหนี่ยว (เช่น ความรัก ความหลงใหล) แต่ทำไม่ได้ เพราะติดแน่นเกินไป เหมือน "tear" = ฉีกขาด (เหมือนฉีกกระดาษ) แต่ใช้กับตัวเองในที่นี้เพื่อเน้นความยากลำบาก

Comments
Post a Comment