The red violin 300 years of history




"ศิลปะคือความงามที่จักต้องสังเวยด้วยวิญญาณ... แม้นตัวไวโอลินจะวิจิตรตระการและเป็นนิรันดร์ หากแต่ผู้บรรเลงนั้นไซร้ เป็นเพียงภาชนะชั่วคราวที่ผุพังไปตามกาล เพื่อให้ท่วงทำนองนั้นคงอยู่ค้ำฟ้าชั่วนิจนิรันดร์"

— ครีโมนา, ๑๖๘๑

(ศตวรรษที่ 17 อิตาลี: การกำเนิดและ "จิตวิญญาณ" ของไวโอลิน)


"เขาคือจิตวิญญาณที่รังสรรค์จากแก้วเจียระไน แต่กลับแตกสลายเพราะ

ท่วงทำนองที่หนักอึ้งเกินกว่าหัวใจเด็กน้อยจะแบกรับ... 

ไวโอลินมอบเสียงสวรรค์ให้แก่เขาเพียงเพื่อจะพรากเอาลมหายใจ

ไปเป็นการแลกเปลี่ยน ทิ้งไว้เพียงมือเล็กๆ ที่เย็นชืดซึ่งโอบกอดวัตถุ

ชิ้นเอกไว้ในความสงัดงันของหลุมฝังศพ"

— เวียนนา, ๑๗๙๓

(Kaspar Weiss: The Fragile Prodigy)


"นางคือราชินีสีชาด... ยอดชู้ผู้เป็นดั่งเพลิงกามเทพที่แผดเผาลม
หายใจของข้าให้กลายเป็นเสียงเพลง แม้กายข้าจะมอดไหม้เป็นจุณ
ด้วยไฟเสน่หา แต่ความงามของนางจักไม่ซีดจาง และท่วงทำนองของนาง
จะก้องกังวานเหนือเถ้าถ่านแห่งชีวิตข้าตลอดกาล"

— ออกซฟอร์ด, ๑๘๙๓

(Frederick Pope: The Decadent Virtuoso)

"เสียงดนตรีกลายเป็นดั่งวิญญาณกบฏ ที่ต้องกระซิบสั่งเสียกัน

ในความมืดมิดเพื่อเอาชีวิตรอด... 

เราห่อหุ้มหัวใจไว้ด้วยเศษผ้า และซุกซ่อนความงดงาม

ไว้ใต้แผ่นไม้กระดาน สั่นเทาอยู่ในความเงียบงัน 

เพราะในโลกที่ลุกเป็นไฟด้วยสีแห่งการปฏิวัติ จิตวิญญาณไวโอลินตัวนี้คือสิ่ง

อันตรายที่สุดที่จะมอบความรักให้"

— เซี่ยงไฮ้, ๑๙๖๕

(Xiang Pei: The Forbidden Soul)


 

Comments