รากฐานทางวัฒนธรรมเยอรมันที่ Thomas Mann มองว่านำไปสู่การทำลายล้าง (barbarism) ใน Doctor Faustus
รากฐานทางวัฒนธรรมเยอรมันที่ Thomas Mann มองว่านำไปสู่การทำลายล้าง (barbarism) ใน Doctor Faustus
ในนิยาย Doctor Faustus (1947) Thomas Mann ไม่ได้มองว่านาซีเป็น "อุบัติเหตุ" หรือสิ่งภายนอกที่รุกรานวัฒนธรรมเยอรมัน แต่เห็นว่า barbarism (ความป่าเถื่อน โหดร้าย และการทำลายล้าง) มีรากฐานลึกซึ้งจากภายในวัฒนธรรมเยอรมันชั้นสูงเอง โดยเฉพาะประเพณีทางปรัชญา ดนตรี และศิลปะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเยอรมนี ซึ่งสามารถพลิกผันไปสู่ nihilism (ความว่างเปล่า ความไร้ค่า) และการบูชาอำนาจได้ หากขาด humanism (มนุษยนิยม) และศีลธรรมMann ใช้ชีวิตของตัวเอก Adrian Leverkühn (นักแต่งเพลงที่ทำสัญญากับปีศาจ) เป็น allegory ของเยอรมนีที่ "ขายวิญญาณ" เพื่อความยิ่งใหญ่ แต่จบลงด้วยความบ้าคลั่งและหายนะ คล้ายการขึ้นสู่อำนาจของนาซีรากฐานหลักที่ Mann วิพากษ์:
- ประเพณี Faustian (ความทะเยอทะยานแบบฟาวสต์)
- รากจากตำนาน Faust โบราณ (โดยเฉพาะของ Goethe) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ "จิตวิญญาณเยอรมัน" ที่ปรารถนาความรู้ ความยิ่งใหญ่ และ transcendence (การก้าวข้ามขีดจำกัด) โดยไม่สนราคาที่ต้องจ่าย
- Mann มองว่านี่นำไปสู่การยอมรับ "pact with the devil" หรือการแลกวิญญาณเพื่อพลัง – คล้ายเยอรมนีที่ยอมรับนาซีเพื่อ "ความยิ่งใหญ่ของชาติ"
- ปีศาจในนิยายบอก Leverkühn ว่าจะนำเขาไปสู่ "modern era of barbarism" (ยุคสมัยใหม่แห่งความป่าเถื่อน)
- ลัทธิ inwardness และ romanticism เยอรมัน
- ความเน้น "โลกภายใน" (inwardness) จิตวิญญาณ ความลึกซึ้งทางอารมณ์ และการต่อต้าน rationality แบบตะวันตก (เช่น ฝรั่งเศส-อังกฤษ)
- แยกศิลปะ/ปัญญา จากการเมืองและชีวิตจริง (Mann ยอมรับว่าเคยคิดแบบนี้ในวัยหนุ่ม)
- นำไปสู่การเพิกเฉยต่อปัญหาสังคม และเปิดทางให้ irrationalism (ความไร้เหตุผล) และ nationalism แบบสุดโต่ง
- อิทธิพลจาก Nietzsche
- Nietzsche (ซึ่ง Leverkühn อิงชีวิตจากเขา รวมถึงโรคซิฟิลิสที่ทำให้บ้าคลั่ง) สอนเรื่อง "will to power" การทำลายค่านิยมเก่า และการยอมรับความเจ็บป่วยเพื่อ creativity
- Mann มองว่าความคิดนี้ถูกบิดเบือนโดยนาซี เพื่อสนับสนุน nihilism และการบูชาอำนาจ แม้ Nietzsche เองจะต่อต้าน nationalism และ anti-Semitism
- ดนตรีและ aestheticism เยอรมัน
- ประเพณีดนตรีที่ยิ่งใหญ่ (Bach, Beethoven, Wagner, Schoenberg) เป็นจุดสูงสุดของวัฒนธรรมเยอรมัน
- แต่ Mann เตือนว่า aestheticism (ความงามนิยม) สามารถใกล้ชิดกับ barbarism ได้ – "aestheticism is the herald of barbarism" (ความงามนิยมคือผู้ประกาศการมาของความป่าเถื่อน)
- เช่น การทดลองดนตรีสมัยใหม่ (12-tone technique ของ Schoenberg) เป็น metaphor ของการ breakthrough ที่อันตราย โดยไม่สนมนุษยธรรม
- คล้าย fascism ที่ "aestheticization of politics" (ทำให้การเมืองกลายเป็นความงามแบบโหดร้าย)
- Protestant Reformation และ demonology
- รากจาก Martin Luther และการปฏิรูปศาสนาโปรเตสแตนต์ ซึ่งเน้นความมืดมิด จิตวิญญาณที่ต่อสู้กับปีศาจ
- Mann เชื่อมโยงกับ "predisposition to demonology" (ความโน้มเอียงสู่ปีศาจวิทยา) ที่ทำให้เยอรมันยอมรับ ideology มืดมิด
.jpg)
Comments
Post a Comment